รักษาโรคด้วยคลื่นแม่เหล็ก PEMF

รักษาโรคด้วยคลื่นแม่เหล็ก PEMF มันคืออะไร

การรักษาโรคด้วยแม่เหล็ก PEMF (Pulsed Electromagnetic Field) เป็นวิธีการรักษาโรคที่ปลอดภัยและไม่ทำให้ร่างกายบอบช้ำ ด้วยการนำเอาแม่เหล็กที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ หรือสนามแม่เหล็กมาประยุกต์ใช้กับร่างกายมนุษย์ การใช้สนามแม่เหล็ก จะมีประสิทธิภาพในการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตได้มากกว่าการใช้กระแสไฟฟ้า เพราะความยาวคลื่นจากแม่เหล็กจะกระจายแทรกซึมผ่านผิวหนังได้ง่ายกว่า และไหลเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านไขมัน ประสาท และกระดูกเข้าไปได้ การรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กจะช่วยฟื้นสภาพของโรค ทั้งชนิดที่เรื้อรัง และรุนแรงเฉียบพลัน

หลักการทำงานของ PEMF คือ การส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเพื่อใช้สำหรับกับการฟื้นฟูแต่ละส่วนของร่างกาย อย่างตรงจุดและหลากหลายรูปแบบคลื่น  เข้าไปช่วยในการกระตุ้นร่างกายระดับเซลล์ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเผาผลาญ และดูดซึมพลังงาน ระบบซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ ทำงานในระดับที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เนื่องจากระบบวงจรเลือด ทำหน้าที่ลำเลียงก๊าซออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย พร้อมทั้งนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียที่เกิดขึ้นกำจัดออกนอกร่างกาย  แต่ถ้าหากระบบเลือดในร่างกายของเราเกิดมีปัญหาขึ้น เช่น เลือดข้น ซึ่งจะส่งผลทำให้เลือดหนืดไหลเวียนในหลอดเลือดได้ไม่สะดวก หรือหนืดคล้ายนมข้นหวาน สาเหตุดังกล่าวทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายเรานั้นได้รับอาหารและออกซิเจนไม่เพียงพอ และสามารถนำมาซึ่งโรคร้ายแรงต่างๆ ได้อีกมากมาย

ยศการ คลินิก ช่วยตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของทุกท่าน โดยเฉพาะท่านที่มีปัญหา ปวดข้อ ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดตามตัว  ด้วยนวัตกรรมคลื่นแม่เหล็ก PEMF เพื่อช่วยปรับการไหลเวียนโลหิตและการทำงานของระบบภูมคุ้มกันให้ดีขึ้น เข้าไปช่วยในการกระตุ้นร่างกายระดับเซลล์ การซ่อมแซมของเซลล์ การฟื้นฟูสภาพร่างกายจากการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

PEMF เหมาะกับใครบ้าง

การบำบัดฟื้นฟูด้วย PEMF เป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่กลับให้ผลที่ชัดเจนในเวลาอันสั้น  ซึ่งสามารถใช้กับคนได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะเห็นผลชัดเจนมากกับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีการเสื่อมของเซลล์จำนวนมากตลอดเวลา จนทำให้มีปัญหาทางร่างกายตามมา เช่น ปวดเมื่อย นอนไม่หลับ ตื่นบ่อย เลือดข้น เบาหวาน ไขมัน และอื่นๆ อีกมากมาย

นวัตกรรม PEMF ช่วยบำบัดและรักษาโรคอะไรได้บ้าง

นวัตกรรม PEMF ที่ยศการ คลินิก แพทย์ผู้ชำนาญการจะพิจารณาให้การรักษา โดยปล่อยคลื่นจากแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นสมรรถนะในการเยียวยารักษาตัวเองให้เกิดขึ้นภายในร่างกาย อาจไม่ได้ช่วยรักษาเองโดยตรง โดยจะสร้างสนามแม่เหล็กและส่งผลไปกระทบแก่เซลล์ที่มีชีวิตด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ซึ่งเซลล์จะสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพที่ดีที่สุด และทำงานในระดับที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ซึ่งสามารถช่วยบำบัดและรักษาอาการของโรคต่างๆ ได้ดังนี้

  1. ลดความเจ็บปวดการอักเสบความเครียดและการยึดเกาะของเกล็ดเลือด
  2. แก้อาการชาได้ดี
  3. เพิ่มกำลังของกล้ามเนื้อได้ดี แม้กับกล้ามเนื้อที่อัมพาตอ่อนแรง
  4. เร่งการฟื้นตัวของเส้นประสาทที่บาดเจ็บอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น บาดเจ็บเส้นประสาทแขนขา มือตกเท้าตก แขนขาอ่อนแรง การกดทับรากประสาทที่คอและเอวจากโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือเสื่อม
  5. เร่งการฟื้นตัวจากเส้นประสาทที่มีพฤติกรรมผิดเพี้ยน เช่น อาการเหน็บชา ปวดแปล็บหลังการบาดเจ็บเส้นประสาท อาการปวดเรื้อรังจากโรคทางกล้ามเนื้อและกระดูกทุกชนิด กระทั่งอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่สุดที่เกิดจากอุบัติเหตุสมองหรือไขสันหลัง หรือที่เกิดจากการอักเสบติดเชื้อเรื้อรังจนปัสสาวะเป็นนิสัย
  6. ปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตและออกซิเจนในเนื้อเยื่อ
  7. ทำการนอนหลับมีคุณภาพ
  8. ปรับความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอล
  9. ช่วยในการล้างพิษของเซลล์แ ละความสามารถในการงอกใหม่ของเซลล์
  10. เร่งการซ่อมแซมกระดูกและเนื้อเยื่อ
  11. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

โรคที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิตมีอะไรบ้าง และเป็นอันตรายอย่างไร

โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท

โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท  เป็นโรคของความเสื่อมอย่างหนึ่ง ปกติแล้วหมอนรองกระดูกสันหลังมีลักษณะคล้าย โช๊คอัพอยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง มีคุณสมบัติในการให้ความยืดหยุ่น รองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการใช้งานกระดูกสันหลัง ในเวลาที่เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเดินหรือกระโดด

ในวัยเด็กหรือยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว ภายในหมอนรองกระดูกสันหลังจะมีองค์ประกอบของน้ำเป็นส่วนสำคัญ พอนานวันระบบต่างๆ ของร่างกายเราก็เริ่มเสื่อม เปอร์เซ็นต์ของน้ำในหมอนรองกระดูกสันหลังก็จะลดลง ความยืดหยุ่นน้อยลง เมื่อหมอนรองกระดูกไปกดทับเส้นประสาทส่วนใด ก็จะมีอาการปวดแสดงออกมาตามแนวของเส้นประสาทนั้น

อาการอาจแสดงออกได้ทั้งบริเวณหลังและขา คนทั่วไปมักเข้าใจว่ามีเพียงอาการปวดหลังอย่างเดียว ที่จริงแล้วอาการที่ขานั้นสำคัญและจำเพาะเจาะจงกับโรคนี้มากกว่า นั่นแสดงถึงว่าเกิดการรบกวนเส้นประสาทสันหลังที่วิ่งไปเลี้ยงที่ขาแล้ว หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมามักทำให้เกิดอาการแบบฉับพลันเพราะมีการอักเสบที่รุนแรง

อาการที่หลัง: ปวดหลัง บริเวณเอวส่วนล่าง อาจมีอาการที่หลังเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มักมีอาการในท่านั่ง หรือมีการนั่งงอตัวไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นท่าที่หมอนรองกระดูกได้รับแรงกดทับมากที่สุด

อาการที่ขา: อาการแสดงที่ขามีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด ชา หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ อาการปวดหรือชาขาที่เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีลักษณะคือ มีอาการตามแนวที่เส้นประสาทวิ่งไป สามารถปวดได้ตั้งแต่บริเวณเอว ต้นขา น่อง ไปจนถึงบริเวณเท้าและนิ้วเท้าได้ การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็มีลักษณะคล้ายอาการปวดและชา คือจะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมัดที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น

สาเหตุของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท สามารถเกิดขึ้นได้จากสิ่งเหล่านี้ เช่น การยกของหนักด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้องบ่อยๆ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป นั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องนานๆ หรือบัติเหตุและการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง

อันตรายของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท  

  • รู้สึกชาหรือเสียวปลาบ กระดูกทับเส้นอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกชาหรือเสียวปลาบที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เนื่องจากเส้นประสาทของร่างกายส่วนนั้นถูกกดทับ รวมทั้งเสียวปลาบ ปวด หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับนั้นมีแนวโน้มอ่อนแรง หากกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ป่วยมักสะดุดหรือล้มบ่อย หยิบหรือถือของไม่ถนัด หากมีอาการรุนแรงอาจไม่สามารถยกหรือถือของได้

โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนโลหิต

โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และอาการใจสั่น จากหลอดเลือดแดงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัว หรือมีไขมันเกาะที่ผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ปริมาณเลือดแดงผ่านได้น้อย ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และหากหลอดเลือดตีบแคบลงจนอุดตันจะทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ โดยทั่วไปจะมีอาการ ใจสั่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก มีอาการคลื่นไส้ และอาจมีอาเจียน มีอาการเหงื่อออก เวียนศีรษะ

ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของการเกิด เช่น โรคความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความอ้วน ความเครียด การไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ในเพศชายอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเพศหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือวัยหลังหมดประจำเดือน และผู้มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ และอาการใจสั่น

อันตรายของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และอาการใจสั่น

  • รู้สึกเจ็บตรงกลางหน้าอก เยื้องลงมาทางลิ้นปี่เล็กน้อย
  • จุกแน่น อึดอัด บางทีร้าวไปถึงคอหอย ไหล่ซ้าย ข้อศอก หรือท้องแขนซ้าย กรามหรือคอด้านซ้าย
  • บางรายมีอาการใจหวิว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ เหงื่อซึม หน้ามืดหมดสต

ผลจากการบำบัดและรักษาด้วย PEMF เป็นอย่างไร

  • บำบัดได้ผลในทันทีหลังการรักษา
  • รักษาได้ผลในทุกระยะของการดำเนินโรค คือ ทั้งระยะเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน และเรื้อรัง
  • กลไกการรักษาเป็นการกระตุ้นให้มีการซ่อมสร้างของเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เพียงการแก้อาการเท่านั้น

ผลต่อเซลล์ : คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะถูกส่งเข่าไปเหนี่ยวนำการจัดเรียงประจุที่ผนังเซลล์ (Cell Membrane Efficiency Improvement) ทำให้เซลล์สามารถรับน้ำ ออกซิเจน และสารอาหารได้มากกว่าที่เคยเป็น รวมถึงการเพิ่มอัตราการขับของเสียต่างๆ ออกจากเซลล์ทำให้เซลล์สมบูรณ์แข็งแรง

ผลต่อเม็ดเลือด: ลดความข้นหนืดของเลือดภายในเวลาไม่นาน ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงลำเลียงน้ำ ออกซิเจน และสารอาหารไปยังอวัยวะต่างๆ ได้มากและง่ายขึ้น ดังนั้น เมื่อเลือดลำเลียงน้ำ ออกซิเจน และสารอาหารไปยังอวัยวะต่างได้มากขึ้น และเซลล์ของอวัยวะต่างๆ สามารถรับและนำไปใช้ได้มากขึ้น เซลล์ของอวัยวะนั้นก็แข็งแรงขึ้น  และเมื่ออวัยวะแข็งแรงขึ้น ระบบต่างๆ ของร่ายกายก็ทำงานดีขึ้น และร่างกายก็จะดีขึ้นอย่างไม่มีข้อสงสัย