ลด Cellulite

“เซลลูไลท์ Cellulite”ฝันร้ายที่สาวๆ ไม่ต้องการ เพราะจะทำให้ผิวที่เคยสวย เนียน เรียบ แปรสภาพไปเป็นผิวหนังขรุขระ เป็นคลื่น หรือที่เรียกกันว่า ผิวเปลือกส้ม ถึงแม้คุณจะเป็นคนผอมแต่ก็ใช่ว่าจะหนีพ้นเซลลูไลท์ไปได้ เพราะการ ลด Cellulite มันยากมากกว่าการลดน้ำหนักธรรมดาเสียอีก!

ยศการ คลินิก นำนวัตกรรมลด Cellulite ที่ทันสมัย และมีความปลอดภัยสูง อาทิ นวัตกรรมคลื่นวิทยุ New RF, นวัตกรรม Thermitight และนวัตกรรมสลายไขมันที่คูลสุดๆ อย่างเช่น CoolSculpting เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลด Cellulite ได้อย่างได้ผลแล้ว ผลลัพธ์หลังการรักษายังช่วยให้ผิวพรรณของคุณกระชับ เนียนเรียบขึ้นอีกด้วย

เซลลูไลท์ เกิดขึ้นได้อย่างไร

เซลลูไลท์ Cellulite เกิดจากการสะสมของ ไขมันที่เป็นของเหลว และสารพิษ ที่ติดค้างอยู่ในร่างกาย สะสมกันจนเป็นชั้นๆ คลื่นๆ อยู่ในเนื้อเยื่อ ที่เชื่อมต่ออยู่ใต้ผิวหนัง

เซลลูไลท์ จะเกิดขึ้นในชั้นผิวหนังของคนที่มีการระบายน้ำเหลืองไม่มีประสิทธิภาพ ร่างกายไม่สามารถ ขับไขมัน และของเสียออกไปได้ จนเกิดการสะสมของ ไขมันที่เป็นของเหลว และสารพิษเหล่านี้ และกลายเป็นผิวเซลลูไลท์ ที่ดูน่าเกลียดใหญ่เทอะทะผิวไม่เรียบคล้ายผิวส้มในที่สุด บางคนจึงเรียกผิวที่มี เซลลูไลท์ ว่าเป็นผิวเปลือกส้ม

เซลลูไลท์เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วนเท่านั้น  คนที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ก็สามารถมีเซลลูไลท์สะสมได้เช่นกัน  แต่ส่วนมากแล้วจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ยกเว้นกับผู้ชายบางคนที่อ้วนมากๆ ก็มีเซลลูไลท์ได้เหมือนกัน ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 20 ปี กว่าร้อยละ 90 มักจะเริ่มมีอาการสะสมของเซลลูไลท์

เซลลูไลท์มาจากไหน มายังไง

  1. กินอาหารที่มีแป้ง ไขมัน รวมไปถึงผลไม้หวานจัดและน้ำตาลเข้าไป เมื่อร่างกายเผาผลาญหรือนำไปใช้ไม่หมดก็จะเกิดการเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมัน เมื่อสะสมตัวมากเข้าก็จะกลายเป็นเซลลูไลท์ส่วนหนึ่งและทำให้ชั้นไขมันหนาขึ้น รูปร่างอ้วนด้วยอีกส่วนหนึ่ง
  2. ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายควรออกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องกันเป็นเวลา 30 นาที จะช่วยเร่งการเผาผลาญและกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้ แต่การไม่ออกกำลังกายจะทำให้ระบบไหลเวียนในร่างกายทำงานได้ไม่ดี การกำจัดของเสียทางเลือดและน้ำเหลืองขัดข้องและคั่งค้าง และทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล จนกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง
  3. ลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว จนส่งผลทำให้กลไกในร่างกายเกิดการตอบสนองว่าร่างกายเกิดการขาดสารอาหารและได้ทำการเก็บพลังงานเอาไว้ใช้ จนทำให้เกิดการสะสมของอาหารและไขมัน เมื่อไขมันส่วนเกินเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำจัดออกไป ก็จะกลายเป็นเซลลูไลท์ขึ้นมา
  4. อยู่ในท่าเดียวนานๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งนานๆ ยืนนานๆ หรืออยู่ในท่าเดียวเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดขัดข้อง การขับถ่ายของเสียทางเลือดและน้ำเหลืองไม่สะดวก นอกจากจะทำให้เกิดเซลลูไลท์แล้ว ยังอาจมีปัญหาเส้นเลือดขอดและเท้าบวมตามมาอีกด้วย
  5. ดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำให้มากพอจะช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ให้ทำงานได้ตามปกติ และน้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของน้ำเลือดและน้ำเหลือง ที่จะช่วยให้การขับถ่ายของเสียนั้นเป็นไปอย่างปกติ
  6. ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้เซลล์สูญเสียน้ำ การกำจัดของเสียทำงานได้ไม่ดี และแอลกอฮอล์ยังเข้าไปทำลายเซลล์ตับ จนทำให้ตับขจัดสารพิษได้ไม่ดีอีกด้วย
  7. สูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีแนวโน้มที่จะมีเซลลูไลท์มาก เพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะไปอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว และสารก่อมะเร็งชนิดอื่น ๆ ก็ยังเข้าไปทำลายเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อกันถูกทำลาย เป็นผลให้เกิดคลื่นเซลลูไลท์ อีกทั้งบุหรี่ยังทำให้เกิดความผิดปกติของไตและปอดซึ่งเป็นอวัยวะในการขับถ่ายของเสีย
  8. ระบบเผาผลาญมีปัญหา อย่างบางคนกินอาหารน้อยแต่อ้วน เช่น ในคนที่อายุมากขึ้น หรือในโรคบางโรคก็มีส่วนทำให้ระบบเผาผลาญอาหารในร่างกายผิดปกติได้เช่นกัน เช่น โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย
  9. ความไม่สมดุลของระบบฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเป็นตัวกระตุ้นการสะสมของไขมันในร่างกาย ในผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าผู้ชาย จึงทำให้ผู้หญิงมีไขมันมากกว่าผู้ชาย ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเป็นตัวทำลายระบบไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองให้เสียไป จึงทำให้เกิดการสะสมของสารพิษและทำลายโครงสร้างผิวหนังให้หย่อนคล้อยเสียความยืดหยุ่น ผิวจึงเป็นก้อนไม่เรียบเนียน
  10. ความบกพร่องของระบบขับถ่าย เมื่อร่างกายมีการขับถ่ายของเสียออกมาได้อย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เช่น จากตับและไต ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ ของเสียที่สะสมไว้ในร่างกายเหล่านี้จะค่อย ๆ ก่อตัวเป็นเซลลูไลท์
  11. การตั้งครรภ์และภาวะหมดประจำเดือน จนทำให้เกิดความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
  12. ความเครียด อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์ เพราะความเครียดจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัว โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า คอ บ่า ไหล่ และศีรษะ จนเกิดการสะสมของเสียในกล้ามเนื้อ ขัดขวางเนื้อเยื่อไม่ให้กำจัดของเสีย
  13. การสวมเสื้อผ้ารัดแน่น เช่น เสื้อนักศึกษาหญิงที่นิยมใส่จนรัดติ้ว ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้น้อยลง และทำให้การไหลเวียนบริเวณผิวหนังลดลงด้วย
  14. เกิดจากยาบางชนิด เช่น การกินยาคุมกำเนิดแล้วทำให้เกิดความไม่สมดุลของระบบระดับฮอร์โมนเอสเตรโจน การกินยานอนหลับเข้าไปจนยาเข้าไปรบกวนการทำงานตามธรรมชาติ ทำให้ระบบแปรปรวน หรือการกินยาขับปัสสาวะจนทำให้ร่างกายขาดน้ำ เป็นต้น

เช็คตัวเอง แบบไหนเรียกว่ามีเซลลูไลท์

ลองเช็คด้วยวิธีง่ายๆ ด้วยการเอามือจับส่วนหน้าท้องออกมาดูสักครึ่งนิ้ว หรือหงายท้องแขนแล้วใช้มืออีกข้างจับดึงชั้นไขมันท้องแขนออกมาให้ตึง หากพบว่าผิวของเรามีลักษณะคล้ายผิวส้มหรือผิวมะกรูด ก็นั่นแหละคือ “เซลลูไลท์” หากปล่อยทิ้งไว้ นานวันเข้ามันก็จะเริ่มมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องจับหรือบีบดู

ระดับความรุนแรงของปัญหาเซลลูไลท์

  1. น้อย : มองเห็นผิวเป็นริ้วคลื่นเมื่อมือไปสัมผัส
  2. ปานกลาง : มองเห็นผิวเป็นริวคลื่นเมื่อยืน
  3. มาก : มองเห็นผิวเป็นริวคลื่นตลอดเวลา

บริเวณที่เซลลูไลท์เกาะ

  • สะโพก
  • หน้าท้อง
  • ต้นแขน
  • ต้นขา
  • แก้มก้น  

อันตรายของเซลลูไลท์

  • ส่งผลเสียต่อการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองและพลอยทำให้การขจัดของเสียภายในร่างกายนั้นบกพร่องตามไปด้วย
  • ทำให้โครงสร้างเนื้อเยื่อของเซลล์ใต้ผิวหนังเสื่อมสภาพและเสียความยืดหยุ่นไปอย่างรวดเร็ว
  • ปัญหาเซลลูไลท์อาจเป็นสาเหตุของการเกิดหลอดเลือดอุดตัน และทำให้ระดับการสะสมของเซลล์ไขมันและน้ำในเซลล์ไขมันเพิ่มขึ้น อันเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคอัมพาต เป็นต้น 

ยศการ คลินิก ขจัดปัญหาไขมันสะสมลด Cellulite ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย

เพราะการลด Cellulite ด้วยวิธีการทางธรรมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ยศการ คลินิก นำเสนอทางลัดเพื่อลด Cellulite ในเวลาอันรวดเร็ว อย่างมีประสิทธิภาพ เราคัดสรรเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ได้รับการยอมรับในระดับสากล และที่สำคัญดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูง คุณจึงมั่นใจได้ว่าเซลลูไลท์ที่เกาะอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจะถูกขจัดออกไปด้วยวิธีการที่ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

ลด Cellulite สลายไขมันด้วยคลื่นวิทยุ New RF

New RFคือ วิธีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนในรูปของคลื่นวิทยุในความถี่ที่ปลอดภัย ผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังในชั้นลึกเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายให้สูงขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนระบบโลหิต หลอดเลือดคลายตัว น้ำเหลืองภายในร่างกายไหลเวียนได้ดี มีการขับของเสียออกมาในรูปแบบน้ำเหลืองซึ่งจะส่งผลในการขจัดเซลลูไลท์ ไขมันที่สะสมเฉพาะส่วนลดลง เห็นผลได้อย่างต่อเนื่อง และยังช่วยในการกระชับสัดส่วนอีกด้วย

New RFจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อชั้­นบางๆ ที่อยู่ในผิวหนังทำให้ผิวหนังทั้งหมดกระชั­บขึ้นมาก จนส่งผลให้เกิดการยกตัวขึ้นทันทีหลังรับการรักษาเพียงไม่กี่ครั้ง อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นจะไม่ทำอันตรายต่อผิวหนัง ควรทำเฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้งหรือบ่อยครั้งเท่าที่ต้องการโดยปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการรักษา

บริเวณที่สามารถทำ New RF ได้

  • ต้นขา
  • ต้นแขน
  • สะโพก
  • หน้าท้อง       

ผลลัพท์ที่ได้

  • เร่งให้เกิดการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
  • กระตุ้นและขับของเสียออกไป
  • สลายไขมันและเซลลูไลท์
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบตึงขึ้น
  • หลังจากทำการรักษาแม้เพียงครั้งแรก คุณจะรู้สึกถึงผิวกระชับขึ้น และสัดส่วนบริเวณที่รักษานั้นจะลดลง โดยการลดลงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังและชั้นไขมัน รวมทั้งอายุของผู้ทำการรักษาในแต่ละรายด้วย

ลด Cellulite ด้วยเทคโนโลยี Thermitight

Thermitight  คือเทคโนโลยีตัวใหม่แห่งการสลายไขมันเฉพาะส่วนโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้คลื่นวิทยุชนิดพิเศษปล่อยผ่านเข็มปลายทู่เล็กๆ สอดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการยกกระชับเพื่อสลายไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ไม่ต้องการ ซึ่งสามารถเข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังชั้นลึกสุด สร้างความแข็งแรงในชั้นผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้อย่างเหมาะสม ทำให้โดยรวมผิวดูเต่งตึงกระชับ

Thermitight เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพในการสลายไขมัน และปรับสัดส่วนบริเวณที่มีไขมันส่วนเกินอื่นๆ เช่น ท้องแขน หลังส่วนบน ไขมันส่วนเกินรอบเอว หรือไขมันส่วนเกินที่ต้นขา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเห็นผลใน 1 เดือน และเห็นผลสูงสุดที่ 6 เดือน หลังจากการทำ Thermitight เพียงครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นานถึง 2-3 ปี

ข้อดีของการทำ Thermitight    

  1. นวัตกรรม Thermitight ช่วยแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินได้ตรงจุด และได้ผลลัพธ์ดี เพราะสามารถกำหนดพื้นที่การรักษาและควบคุมอุณหภูมิที่แน่นอนได้
  2. แก้ปัญหาเซลลูไลท์ ผิวหนังหย่อนคล้อยตามลำตัว
  3. ช่วยสลายไขมันไปพร้อมๆ กับการยกกระชับ ทำให้รู้สึกว่านอกจากผิวดูยกขึ้นแล้วยังแน่นเต่งตึง
  4. มีความปลอดภัย ผิวด้านนอกไม่เสี่ยงต่อการไหม้
  5. ได้รับมาตรฐาน FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทย จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย
  6. ระหว่างการรักษา แพทย์สามารถควบคุมอุณภูมิเครื่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และมองเห็นเข็มที่สอดเข้าไปใต้ผิวได้ ผ่านทางหน้าจอมอนิเตอร์ ทำให้มีความปลอดภัยและแม่นยำ

CoolSculpting ลด Cellulite ไขมันสลายแบบไม่เจ็บตัว

คือ การสลายไขมันด้วยการใช้ความเย็น -10 ถึง -13 องศา ทำให้เซลล์ไขมันสลายไป โดยที่ไม่มีผลต่อชั้นผิวหนัง หรือกล้ามเนื้อ ผลที่ได้ คือ ไขมันลดลง 20-30% หลังจากได้รับการรักษา โดยไม่มีแผล ไม่มี downtime สามารถเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดการสะสมไขมันส่วนเกินง่าย เช่น เหนียง(ใต้คาง) ต้นแขน เอว ข้างเอว(ปีก) หน้าท้องหลังส่วนบน-ล่าง และต้นขาด้านใน

CoolSculpting เเตกต่างจากการสลายไขมันด้วยวิธีอื่นๆ คือ ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่อยากหุ่นดี แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย เทคโนโลยีนี้มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย

วิธีป้องกัน และลด Cellulite

  1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบในร่างกายเกิดความสมดุลอีกด้วย แต่การออกกำลังกายที่ดีควรจะเป็นการเดินเร็ว ๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก และการออกกำลังกายใต้น้ำ ครั้งละ 30-40 นาทีขึ้นไป อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไป ช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลา ขอให้คุณใช้เวลาพักหรือเวลาที่ต้องทำงานให้เป็นประโยชน์ ด้วยการขึ้นลงบนไดแทนการขึ้นลิฟต์ ทำงานบ้าน เป็นต้น
  2. ควบคุมอาหาร คุณควรลดละเลิกทั้งของหวานจัดและมันจัด แป้ง ไอศกรีม นมที่มีมันเนยสูง อาหารเค็มจัด และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเรามีไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และให้หันมาควบคุมอาหารในแต่ละวัน กินอาหารที่มีประโยชน์และมีไขมันต่ำ ดื่มน้ำเปล่าสะอาดๆ ให้ได้วันละ 8 แก้ว (ถ้าเหงื่อออกมากก็ต้องดื่มให้มากกว่านี้) ก็จะช่วยขับพิษที่ติดตามเนื้อเยื่อในรูปของไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย และเป็นการขจัดเซลลูไลท์ออกไปด้วย รวมทั้งควรลดหรือเลิกการดื่มน้ำอัดลม กาแฟ แอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำให้ร่างกายเสียสมดุล เนื่องจากมีสารอนุมูลอิสระมาก ทำลายเซลล์ และสะสมกลายเป็นพิษ ร่างกายขับออกได้ยาก
  3. กินผักและผลไม้สดมากๆ การรับประทานผักและผลไม้สดจะช่วยลดเซลลูไลท์ที่เกิดขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดใหม่ของเซลลูไลท์ได้มากถึงร้อยละ 75 (แต่ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด) เนื่องจากผักและผลไม้จะอุดมไปด้วยเกลือแร่ วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยกระตุ้นตับให้ขับพิษได้ดี ช่วยทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. อยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้อง เราไม่ควรอยู่ในท่าใดหนึ่งนานเกินไป แต่ควรหันมาเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟต์ในระหว่างการทำงาน หรือควรลุกเดินไปมาอยู่เสมอเพื่อกระตุ้นการกำจัดของเสียระหว่างวัน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในออฟฟิศ ยิ่งควรจะนั่ง ยืน และเดินให้ถูกต้อง ไม่นั่งไขว่ห้าง เพราะจะทำให้เกิดเซลลูไลท์ได้ง่าย
  5. กำจัดของเสียในปอด ด้วยการฝึกลมหายใจลึกยาวเพื่อให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ซึ่งออกซิเจนจะให้ชีวิต ให้ความกระชุ่มกระชวยกับเซลล์ในร่างกาย ไม่เฉพาะแต่เซลล์สมองเท่านั้น แต่ออกซิเจนยังช่วยเผาผลาญพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
  6. ขัดถูผิวในขณะอาบน้ำทุกวัน ด้วยการใช้แปรงแห้งๆ นุ่มๆ เช่น ฟองน้ำ ใยบวบ หินขัด หรือครีม นำมาขัดวนไปมาประมาณวันละ 2-3 นาที จะช่วยทำให้ระบบต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีและเป็นการช่วยขจัดเซลล์ไขมัน เพราะความร้อนจากการขัดถูจะทำให้ไขมันบางส่วนละลายได้ หากต้องการขัดทั้งตัวควรเริ่มต้นจากการขัดบริเวณเท้าไล่ขึ้นมาสู่ช่วงบนร่างกายไปจนถึงต้นคอ บ่า ไหล่ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ นอกจากนี้เวลาอาบน้ำ (จะตอนเย็นหรือตอนเช้าก็ได้) ให้เราใช้น้ำร้อนฉีดสลับกับน้ำเย็นบริเวณที่เป็นเซลลูไลท์เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อและเร่งการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ให้ดีขึ้น