Body slim (สลายไขมัน)

เชื่อว่าหลายคนกำลังประสบอยู่กับปัญหาของการพยายามลดน้ำหนัก และสลายไขมันที่เกาะอยู่ตามส่วนต่างๆ เช่น ต้นแขน หน้าท้อง เอว หรือต้นขา ด้วยตนเอง แต่ไม่ว่าจะทำไปสารพัดวิธี เช่น ยอมลดอาหาร หรือออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถจบปัญหาสลายไขมันทิ้งไปได้

ยศการ คลินิก ตระหนักถึงปัญหาไขมันส่วนเกินสะสม ที่นอกจากจะสร้างความหนักใจด้านรูปร่างแล้ว ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือด้านสุขภาพ เพราะยิ่งมีไขมันส่วนเกินสะสมมากก็ยิ่งก่อปัญหาต่างๆ ด้านสุขภาพตามมาไม่จบสิ้น

Body Slim (สลายไขมัน) เป็นทางเลือกในการสลายไขมันด้วยหลากหลายวิธีการรักษา เพื่อให้เหมาะกับปัญหาไขมันส่วนเกินของคุณ โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้ปรึกษา และพิจารณาถึงวิธีการรักษาเพื่อการสลายไขมันที่เหมาะสมกับคุณ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และมีความปลอดภัยทุกขั้นตอนการรักษา

ต้นเหตุปัญหาไขมันสะสม

เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารเป็นหลัก หากอาหารที่ทานเข้าไปเป็นอาหารที่ให้พลังงานและมีไขมันสูง ย่อมทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยได้ทั้งหมด และจะทำให้สารอาหารต่างๆ เช่น คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล มีการเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันที่จะเข้าไปเกาะตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย

โดยจุดที่มักจะมีการสะสมไขมันมากที่สุด ก็คือ

  • บริเวณช่องท้อง
  • บริเวณใต้ผิวหนัง
  • บริเวณกล้ามเนื้อ
  • บริเวณใกล้เคียงกับอวัยวะภายใน

หากมีปริมาณไขมันมากเกิน อาจถึงขั้นไปพอกบนอวัยวะได้ เช่น ไขมันพอกตับ เป็นต้น และอาจจะพบได้ในกล้ามเนื้อบางส่วน ความสำคัญของกระบวนการสร้างไขมันในส่วนนี้ ก็เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานสำรอง ในกรณีที่ร่างกายไม่ได้รับพลังงานหลัก หรือใช้พลังงานหลักหมดไปแล้ว เช่น การออกกำลังกายต่อเนื่องกันเป็นเวลามากกว่า 45 นาทีขึ้นไป และแน่นอนว่าหากไม่ได้ทำกิจกรรมจนถึงขั้นต้องเอาพลังงานสำรองออกมาใช้ ก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าไขมันเหล่านี้จะส่งผลให้เรากลายเป็นคนอ้วนได้

อันตรายของไขมันสะสมในร่างกาย

จุดสำคัญที่มักจะมีเกิดการสะสมของไขมัน มีด้วยกัน 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะส่งผลต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป คือ

  1. บริเวณช่องท้อง การเกิดการสะสมของไขมันในบริเวณนี้ จะส่งผลให้เกิดภาวะ “อ้วนลงพุง” และอาจทำให้เกิดการเบียดบังอวัยวะภายในที่อยู่ในช่องท้องจนทำให้เกิดความผิดปกติตามมา ถ้าหากมีการสะสมไขมันในช่องท้องมาก อาจนำไปสู่การเป็นโรคร้ายหลายชนิด การสลายไขมันในส่วนนี้สามารถทำได้ยากที่สุด
  2. บริเวณใต้ผิวหนัง สามารถพบการสะสมไขมันในส่วนนี้ได้มากตาม ท้อง เอว สะโพก ต้นขาส่วนบนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือที่รู้จักกันดีในนามเซลลูไลท์ การสลายไขมันในส่วนนี้สามารถทำได้ยากเช่นกัน แต่ถ้าเปรียบเทียบกับในช่องท้อง ก็ถือว่าง่ายกว่าพอสมควร
  3. บริเวณกล้ามเนื้อ มักจะพบกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคอ้วนมาก ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน
  4. บริเวณใกล้เคียงกับอวัยวะภายใน หากมีการสะสมของไขมันใกล้กับอวัยวะมาก ก็มีโอกาสที่ไขมันจะเคลื่อนที่ไปพอกบนอวัยวะได้ ซึ่งก็จะส่งผลทั้งในเรื่องของระบบไหลเวียนเลือด และการทำงานของอวัยวะชนิดนั้นๆ ที่ผิดไปจากเดิม

สาเหตุที่ทำให้คุณสลายไขมันด้วยตนเองไม่ได้ผล

  1. ออกกำลังกายแบบหักโหมเกินไป การออกกำลังกายสำหรับลดน้ำหนักนั้น หมายถึง การเผาผลาญหรือใช้พลังงานให้มากพอที่จะให้ร่างกายไปดึงเอาไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมาใช้ทดแทน แต่เนื่องจากว่าคนอ้วนหลายคนมักจะใจร้อน อยากผอมเร็วๆ ก็เลยคิดว่าต้องโหมออกกำลังกาย เพื่อร่างกายจะได้เร่งเอาไขมันสะสมมาใช้งานให้มาก ทำให้คนอ้วนหลายคนเลือกใช้วิธีลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายแบบบ้าพลังให้เหงื่อมันไหลออกมามากๆ โดยคิดว่าสิ่งที่ทำไปนั้น จะทำให้ร่างกายของตัวเองผอมเร็วๆ แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่คุณได้หลังจากการออกกำลังกายอย่างบ้าพลัง หรือหักโหมจนเกินไปนั้น ได้แก่คุณจะหิวชนิดที่เรียกว่าโหยหาอาหารอย่างบ้าคลั่งหลังจากออกกำลังกายเสร็จ ซึ่งถ้าคุณไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ ก็เผลอกินอาหารชนิดจัดเต็ม ผลสุดท้ายคุณก็ไม่สามารถลดไขมันลงได้อยู่ดี
  2. อดอาหารมากเกินไป การอดอาหารแบบเอาเป็นเอาตาย กลับทำให้โหยหาอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น ยิ่งอดอาหารหลายมื้อติดกัน ยิ่งทำให้ขบวนการเผาผลาญพลังงานเพื่อสลายไขมันยากขึ้น  ทั้งนี้เพราะร่างกายมนุษย์ทุกคนมีกลไกป้องกันตนเองตามธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ขาดอาหารจนเป็นอันตรายแก่ชีวิต ในกรณีที่เกิดการอดอยาก ด้วยการลดความสามารถในการเผาผลาญอาหารลงโดยอัตโนมัติ ดังนั้น เมื่อลดอาหารโดยรวมในแต่ละวันลงแต่การเผาผลาญก็ลดลงด้วย ผลลัพธ์สุดท้ายก็คืออ้วนเท่าเดิมเพราะแคลอรี่ไม่ติดลบอย่างที่คาดหวังไว้
  3. ปล่อยตามใจช่วงวันหยุด หลายคนอดอาหารและออกกำลังกายแทบเป็นแทบตาย แต่พอวันหยุด วันปาร์ตี้ หรือวันครอบครัว ก็เลิกไดเอททันที บางทีอาหารที่กินตอนวันหยุดสุดสัปดาห์ 2 วัน อาจให้พลังงานมากกว่าที่อดมาตลอด 5 วัน สุดท้ายการลดน้ำหนักสลายไขมันก็ไม่เป็นผล ดังนั้น คุณต้องดูแลอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้ในช่วงวันหยุด
  4. ดื่มน้ำเปล่าน้อยเกินไป การดื่มน้ำนอกจากจะทำให้ร่างกายสดชื่นแล้ว ยังมีผลต่อการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะการกินดื่มน้ำจะเข้าไปช่วยเรื่องการขับถ่ายไล่ของเสียต่างๆ ภายในร่างกาย ทดแทนน้ำที่สูญเสียไปในการออกกำลังกาย เพิ่มความสดชื่นหลังจากการออกกำลังกายฯลฯ ซึ่งหากวันนี้คุณยังไม่สามารถกินน้ำได้วันละ 8 แก้ว ก็ควรจะเริ่มหัดกินน้ำมากขึ้นทีละนิดทีละน้อย ไม่ต้องบ้าจี้ฝืนกินให้ได้ 8 แก้วหรือมากกว่าทันทีทันใด ทุกๆ อย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของการค่อยเป็นค่อยไปเสมอ
  5. ไม่ระวังเรื่องอาหาร หลังจากที่คุณใช้พลังงานไปกับการออกกำลังกายแล้ว หนึ่งที่ตามมาเสมอก็คือ อาการหิวนั่นเอง ซึ่งหากคุณไม่ควบคุมอาหารที่จะกินเข้าไปล่ะก็ สิ่งที่คุณออกกำลังกายมาก่อนหน้านี้มันก็กลายเป็นไร้ค่า ดังนั้น ก่อนจะกินหรือดื่มอะไร ก็ลองอ่านสลาก หรือคำนวนในใจสักนิดว่า สิ่งที่เราจะกินเข้าไปนั้น มันให้พลังงานเรามากน้อยแค่ไหน

หลากหลายเทคนิคสลายไขมัน Body Slim ที่ยศการ คลินิก

ขจัดปัญหาไขมันส่วนเกินบนร่างกายด้วย Body Slim (สลายไขมัน) ที่ยศการ คลินิก กับหลากหลายนวัตกรรมเพื่อการสลายไขมันอย่างเห็นผล โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเพื่อวิเคราะห์วิธีการสลายไขมันให้เหมาะสมกับคุณโดยคำนึงถึงปลอดภัยและสามารถเห็นผลการรักษาได้ชัดเจน

Body Slim (สลายไขมัน) เป็นทางเลือกในการสลายไขมันด้วยหลากหลายวิธีการรักษา เพื่อให้เหมาะกับปัญหาไขมันส่วนเกินของคุณ ดังนี้

วิตามิน

เพื่อเข้าไปช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับของเสียในร่างกายออกมาได้ดีขึ้น เมื่อร่างกายเผาผลาญเร็วขึ้นก็จะช่วยสลายไขมันได้ดีขึ้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วยการทานวิตามิน จะต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์ถึงความเหมาะสมในการใช้งาน

อาหารเสริม

อาหารเสริมลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เพราะอาหารเสริมจะเข้าไปเสริมในส่วนที่ร่างกายขาดได้ครบถ้วนเต็มที่ ทั้งนี้ การกินอาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนักควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ และควรจะใช้มันเพียงแค่เวลาสั้นๆ หลังจากที่น้ำหนักเริ่มลดลงแล้ว ก็ให้หันมาใช้วิธีการลดน้ำหนักแบบธรรมชาติ ด้วยการออกกำลังกายและควบคุมการกินอาหารอย่างเหมาะสม

ยาลดน้ำหนัก

ยาลดน้ำหนักที่ค่อนข้างปลอดภัยต้องกินตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น และก่อนแพทย์จะสั่งยาให้กับผู้ป่วย แพทย์จะต้องศึกษาถึงประโยชน์และผลข้างเคียงจากการใช้ยาแล้วเป็นอย่างดี อีกทั้งหากใช้ร่วมกับการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารก็จะช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ฉีดสลายไขมัน

Meso Lipolysis หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Meso fat (เมโสแฟต) คือ การฉีดตัวยาที่มีคุณสมบัติในการสลายไขมัน เพื่อลดเซลลูไลท์หรือไขมันส่วนเกิน โดยฤทธิ์ยาจะทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันมากขึ้น ไขมันจะแตกตัวสลายออกเป็นไขมันเหลว แล้วถูกขับออกทางปัสสาวะ จนทำให้เซลลูไลท์สลายตัวไปในที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถฉีดได้เกือบทั้งหมดของร่างกาย โดยเฉพาะ แก้ม คาง เหนียง ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง หนังตา และน่อง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยตัวยาแต่ละจุดจะฉีดที่ขนาดแตกต่างกันด้วย

ข้อดีของการฉีดสลายไขมัน

  • ไม่เจ็บตัวและแผลเล็กมากทำให้ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ
  • สามารถทำได้ทุกส่วนของร่างกายโดยไม่มีผลข้างเคียงใดใด
  • สะดวกเพราะใช้เวลาน้อยขั้นตอนไม่ซับซ้อนและสามารถเลือกฉีดเฉพาะบริเวณที่ต้องการได้
  • ไขมันกลับมายากเพราะถูกขับออกโดยปัสสาวะและเหงื่อแล้ว
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด
  • ผิวกระชับและไม่หย่อนยานเนื่องจากมีตัวยาผสมในตอนฉีด
  • เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด
  • เหมาะสำหรับไขมันที่ลดยาก

คลื่นวิทยุ New RF

New RFคือ วิธีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนในรูปของคลื่นวิทยุในความถี่ที่ปลอดภัย ผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังในชั้นลึกเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายให้สูงขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนระบบโลหิต หลอดเลือดคลายตัว น้ำเหลืองภายในร่างกายไหลเวียนได้ดี มีการขับของเสียออกมาในรูปแบบน้ำเหลืองซึ่งจะส่งผลในการขจัดเซลลูไลท์ ไขมันที่สะสมเฉพาะส่วนลดลง เห็นผลได้อย่างต่อเนื่อง และยังช่วยในการกระชับสัดส่วนอีกด้วย

New RFจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อชั้­นบางๆ ที่อยู่ในผิวหนังทำให้ผิวหนังทั้งหมดกระชั­บขึ้นมาก จนส่งผลให้เกิดการยกตัวขึ้นทันทีหลังรับการรักษาเพียงไม่กี่ครั้ง อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นจะไม่ทำอันตรายต่อผิวหนัง ควรทำเฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้งหรือบ่อยครั้งเท่าที่ต้องการโดยปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการรักษา

บริเวณที่สามารถทำ New RF ได้

  • ต้นขา
  • ต้นแขน
  • สะโพก
  • หน้าท้อง       

ผลลัพท์ที่ได้

  • เร่งให้เกิดการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
  • กระตุ้นและขับของเสียออกไป
  • สลายไขมันและเซลลูไลท์
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบตึงขึ้น
  • หลังจากทำการรักษาแม้เพียงครั้งแรก คุณจะรู้สึกถึงผิวกระชับขึ้น และสัดส่วนบริเวณที่รักษานั้นจะลดลง โดยการลดลงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังและชั้นไขมัน รวมทั้งอายุของผู้ทำการรักษาในแต่ละรายด้วย

CoolSculpting

คือ การสลายไขมันด้วยการใช้ความเย็น -10 ถึง -13 องศา ทำให้เซลล์ไขมันสลายไป โดยที่ไม่มีผลต่อชั้นผิวหนัง หรือกล้ามเนื้อ ผลที่ได้ คือ ไขมันลดลง 20-30% หลังจากได้รับการรักษา โดยไม่มีแผล ไม่มี downtime สามารถเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดการสะสมไขมันส่วนเกินง่าย เช่น เหนียง(ใต้คาง) ต้นแขน เอว ข้างเอว(ปีก) หน้าท้องหลังส่วนบน-ล่าง และต้นขาด้านใน

CoolSculpting เเตกต่างจากการสลายไขมันด้วยวิธีอื่นๆ คือ ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่อยากหุ่นดี แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย เทคโนโลยีนี้มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย

ดูดไขมัน VASER

VASER คือ เทคโนโลยีในการกำจัดไขมัน ด้วยปล่อยพลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) ในระดับความถี่ที่จะไปทำลายเฉพาะเจาะจงกับเซลล์ไขมันในชั้นไขมันเท่านั้น ทำให้ก้อนไขมันกลายเป็นของเหลว และแพทย์สามารถดูดออกมาจากร่างกายได้โดยง่าย โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงอย่างเส้นเลือดและเซลล์ประสาทบริเวณรอบๆ ได้รับความเสียหายหรือถูกกระทบกระเทือนน้อยมาก เป็นการดูดไขมันเฉพาะส่วนเพื่อให้ร่างกายมีสัดส่วนที่กระชับได้รูปมากยิ่งขึ้น

บริเวณที่ดูดไขมันด้วย VASER

  • บริเวณหน้าท้อง
  • ใต้คาง
  • โหนกบริเวณหลังต้นคอ
  • ท้องแขน
  • หลัง
  • เอว
  • สะโพก
  • ต้นขา
  • บริเวณเข่าในคนอาจจะมีก้อนไขมันปูดออกมา และสามารถใช้ได้กับแทบทุกส่วนของร่างกาย

ข้อดีของ Vaser

  • เห็นผลจากการรักษาในครั้งเดียว
  • เป็นวิธีการกำจัดไขมันสำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีที่ปลอดภัย รวดเร็ว เจ็บปวดน้อย
  • ฟื้นตัวได้เร็ว แผลหายเร็ว อาการบวมช้ำมีน้อยมาก โอกาสเสี่ยงกับอาการติดเชื้อหรือแทรกซ้อนมีน้อย
  • ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) และประเทศไทย (อย.)

มาดูวิธีสลายไขมันด้วยตนเอง

  1.  เลือกรับประทานอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยโปรตีนร่วมกับผักและผลไม้ เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  2. เลือกอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำเมื่อรู้สึกหิว ได้แก่ ถั่วต่าง ๆ โยเกิร์ต และผลไม้ เพื่อช่วยลดความหิว 
  3. พยายามลดปริมาณอาหารแปรรูปและขนมขบเคี้ยว
  4. รับประทานอาหารเย็นในปริมาณที่เหมาะสม โดยเน้นเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ 
  5. เข้านอนเร็วจะทำให้ระบบฮอร์โมนได้ทำงานอย่างปกติ และลดภาวการณ์หิวช่วงดึกๆ