กำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้

รักแร้เปียก ปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป นอกจากจะสร้างความรำคาญให้กับตัวของคนรักแร้เปียกเองแล้ว ปัญหาใหญ่ของคนรักแร้เปียกคือ เกิดความอับอาย เสียบุคลิก เพราะคนรักแร้เปียกนอกจากจะดูไม่น่ามองแล้ว เหงื่อที่ไหลออกมายังเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นรักแร้ (กลิ่นเต่า ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบๆ ข้างเพราะไม่มีใครอยากทนดมกลิ่นเต่าเหม็นๆ (โอย… แค่คิดก็เวียนหัวแล้ว)

ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาดังกล่าว คือการกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ แต่จะมีวิธีไหนที่ได้ผลชัดเจนอย่างน่าพอใจ ยศการ คลินิก เรามีคำตอบนี้ให้คุณ…

ปัญหาของคนที่มีเหงื่อออกรักแร้เยอะ

  • วงแขนจะเปียกชุ่มเป็นวงด่าง และยังเป็นสาเหตุของ กลิ่นตัว กลิ่นเต่าอีกด้วย
  • สำหรับคนที่มีกลิ่นตัวแรง ก็ปัญหาใหญ่เพราะคนรอบข้างมักจะหนีห่างหรือเลี่ยงไม่เข้าใกล้ บางคนทาโรลออนเต็มที่แล้วก็ยังเอาไม่อยู่
  • คนที่มีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะที่วงแขน มักจะขาดความมั่นใจเมื่อเข้าสังคม  ด้วยสภาพปัญหาที่มีทำให้ดูเสียบุคลิกภาพ ยิ่งถ้าอยู่ในสายงานที่บุคลิกต้องดูดี แต่เสื้อผ้ากลับเปียกชื้นเป็นด่างดวง คงหมดความเชื่อมั่นตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าออกจากบ้าน
  • เกิดการหมักหมมของเหงื่อไคลจนเป็นเหตุให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้ แต่มักไม่รุนแรง
  • ผิวหนังมีกลิ่นอับซึ่งเกิดจากเหงื่อปะปนกับสารที่เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังสร้างขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรักแร้

กลิ่นตัวเกิดจากอะไร

กลิ่นตัว เป็นกลิ่นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะตั้งแต่เหม็นอ่อนๆ ไปจนถึงเหม็นจนฉุน ส่วนมากแล้วจุดที่เกิดกลิ่นตัวมักจะเป็นบริเวณศีรษะ ท้ายทอย รักแร้ ขาหนีบ ที่เป็นส่วนข้อพับต่างๆ และอาจจะมีบ้างที่เกิดขึ้นจากบริเวณอวัยวะเพศ

การเกิดกลิ่นตัว เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ฝังตัวอยู่ตามบริเวณที่กล่าวมา แล้วไปทำปฏิกิริยากับต่อมเหงื่อด้วยการย่อยสลายเหงื่อเองจนทำให้เกิดเชื้อราและกรดไขมัน เป็นเหตุให้เกิดความอับชื้นและเกิดกลิ่นตามมา โดยทั่วไปสามารถพบกลิ่นตัวได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิง เนื่องจากในเพศชายนั้นมีการผลิตต่อมเหงื่อที่ค่อนข้างจะเยอะกว่า และเพศชายมักจะไม่ค่อยทำความสะอาดร่างกายดีเท่าที่ควร

สาเหตุของกลิ่นตัว

  • ต่อมเหงื่อในร่างกาย ร่างกายจะมีต่อมเหงื่อด้วยกัน 2 ต่อม ได้แก่ ต่อม eccrine ซึ่งเป็นต่อมเหงื่อชนิดที่ไม่มีกลิ่น มักจะอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และจะผลิตเหงื่อที่มีลักษณะใสเหมือนน้ำ เหงื่อชนิดนี้จะถูกขับออกมาเมื่อทำกิจกรรมหนักๆ หรืออยู่ในภาวะอากาศร้อน ทั้งนี้ ก็เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ และต่อม apocrine ซึ่งเป็นต่อมเหงื่อที่มีกลิ่น ซึ่งมักจะกระจายตัวอยู่บางแห่งของร่างกาย โดยเฉพาะตามรูขุมขนบนหนังศีรษะที่จะมีมากที่สุด รองลงมาคือ ตามรักแร้ ขาหนีบ ก้น และแผ่นหลัง เหงื่อชนิดนี้จะมีลักษณะเหนียวใสคล้ายขี้ผึ้ง มีส่วนผสมของไขมันอยู่มาก นั่นทำให้เวลาเหงื่อชนิดนี้ออกมาก็จะเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ (ร่างกายของเพศหญิงจะมีต่อมเหงื่อมากกว่าเพศชาย แต่ต่อมเหงื่อในเพศชายจะขับเหงื่อออกมามากกว่าต่อมเหงื่อของเพศหญิง)
  • อาหารบางชนิด เช่น เครื่องเทศและอาหารที่มีสารโคลีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ พืชประเภทฝักถั่ว กระเทียม หัวหอม เต้าเจี้ยว ผักชี แกงกะหรี่ แฮม ปลาทูน่า ฯลฯ รวมไปถึงอาหารที่มีรสจัดก็ล้วนแต่เป็นตัวบงการทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ เพราะทำให้ต่อมเหงื่อขับไขมันออกมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขน และที่สำคัญยังก่อให้เกิดสารตกค้างในลำไส้ ทำให้เหงื่อมีกลิ่นเฉพาะตัวได้อีกด้วย ซึ่งคนที่รับประทานอาหารจำพวกนี้เยอะก็จะมีกลิ่นตัวแรงมากเป็นพิเศษ
  • ทำความสะอาดมากเกินไป  เพราะการทำความสะอาดที่ “มากจนเกินไป” ก็อาจทำให้กลิ่นตัวของคุณเลวร้ายลงได้ เช่น ใช้สบู่ต้านแบคทีเรียหรือใช้สครับถูเพื่อขจัดสิ่งสกปรกนานเกินไป และบางคนถึงขนาดใช้แอลกอฮอล์ขัดถูซ้ำอีกที นั่นก็อาจทำให้ผิวของคุณแห้งและแตกได้ มันจึงเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายของคุณต้องขับเหงื่อให้มากยิ่งขึ้นเพื่อมาต่อสู้ เนื่องจากร่างกายขาดความชุ่มชื้นมากเกินไปนั่นเอง
  • อารมณ์ (ความเครียด ความโกรธ หรืออาการตกใจ) หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าอารมณ์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวอันไม่พึงประสงค์ได้ ทำให้ต่อมเหงื่อขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ คุณอาจจะเห็นบางคนเหงื่อเปียกชุ่มตามรักแร้ ขาหนีบ หรือมือ ก่อนหรือในขณะทำภารกิจสำคัญอะไรบางอย่าง เช่น การเตรียมตัวพรีเซนต์งาน การสัมภาษณ์งาน การเข้าสอบ เป็นต้น นั่นเป็นเพราะเขาเกิดความเครียดและมีความกดดัน จึงทำให้ร่างกายผลิตเหงื่อออกมามาก และยิ่งเหงื่อออกมามากเท่าไรก็จะพลอยส่งกลิ่นรบกวนคนรอบข้างมากตามไปด้วย
  • ฮอร์โมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก จึงอาจทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เช่นกัน
  • เกิดจากพันธุกรรมหรือภาวะผิดปกติของร่างกาย อาจทำให้เหงื่อออกมากจนเกิดกลิ่นตัวได้ เช่น การทำงานที่บกพร่องของระบบเผาเผลาญอาหารบางระบบ หรือระบบการย่อยของเอนไซม์ ทำให้ร่างกายสร้างเคมีบางชนิดที่มีกลิ่นแล้วขับออกมาทางเหงื่อ
  • โรคบางอย่าง ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เหงื่อออกมากจนเกิดกลิ่นตัวได้ เช่น โรคทางสมอง โรคหัวใจ วัณโรค ไทรอยด์ คอหอยพอก โรคตับ โรคไต หรือแม้กระทั่งอยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน
  • ยาบางชนิด เช่น ยาทารักษาสิวทั่วไปที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ซึ่งจะมีผลข้างเคียงคือทำให้เกิดกลิ่นตัว
  • เสื้อผ้า เสื้อผ้าใยสังเคราะห์หรือเสื้อผ้าหนาจะระบายเหงื่อได้ช้า ทำให้เกิดความอับชื้น ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นตัวได้
  • สภาพอากาศ ในสภาพอากาศร้อนหรือร้อนชื้น จะทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นพิเศษ และเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่ายและรุนแรงมากขึ้น

กำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ แก้ปัญหาหนังไก่ รักแร้เนียนใส… ที่ยศการ คลินิก

ปัญหาเหงื่อออกที่รักแร้เยอะ รักแร้เปียกง่าย ขนรักแร้ดกหนา ปัญหากลิ่นเต่า จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคุณอีกต่อไป ยศการ คลินิก เรานำนวัตกรรมกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ที่เห็นผลการรักษาได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลลัพธ์อื่นๆ ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังต่อไปนี้

นวัตกรรม ThermiDry กำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้

ThermiDry นวัตกรรมสุดฮิตจาก USA ที่ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อใต้วงแขน กระชับรักแร้ แก้ปัญหาหนังไก่และลดปริมาณขนรักแร้ ประสิทธิภาพสูงเห็นผลเร็ว เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้คุณไร้กังวลเรื่องกลิ่นกายและคราบเหงื่อใส่เสื้อโชว์วงแขนอย่างมั่นใจ

ข้อดีของการกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ด้วย ThermiDry

  • ลดการทำงานของต่อมเหงื่อใต้วงแขน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรักแร้เปียก
  • กลิ่นตัวลดลง
  • กระชับรักแร้
  • แก้ปัญหาหนังไก่
  • ลดปริมาณขนรักแร้
  • ไร้กังวลเรื่องกลิ่นกายและคราบเหงื่อใส่เสื้อโชว์วงแขนอย่างมั่นใจ
  • วงแขนเนียนใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ปลอดภัย  เนื่องจากไม่มีการทำให้เกิดบาดแผล หรือใช้ยาสลบ จึงไม่มีผลข้างเคียงกับร่างกาย
  • สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีที่ทำเสร็จ นอกจากกระบวนการทำที่ง่ายดายแล้ว หลังการทำแม้จะมีอาการรักแร้บวมเล็กน้อยแต่ก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ThermiDry กำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ได้นานแค่ไหน 

ThermiDry สามารถลดเหงื่อและกลิ่นตัวได้นาน 1 ปี หลังจากนั้นอาจมีเหงื่อบ้าง แต่ไม่มากเท่าเดิม ในส่วนลดปริมาณขนรักแร้ มีประสิทธิภาพได้นานถึง 2 ปี

Botox กำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้

คือการ ฉีดสารโบทูลินัมทอกซิน เข้าไปบริเวณรักแร้ในปริมาณที่เหมาะสม Botox จะออกฤทธิ์โดยการไปยับยั้งสาร Acetylcholine ที่หลั่งออกมาควบคุมระบบประสาทที่ทำให้เกิดการหลั่งของเหงื่อ และต่อมกลิ่นบริเวณใต้วงแขน ให้สามารถทำงานได้ลดน้อยลง วิธีนี้สามารถลดเหงื่อได้ประมาณ 35-80%  ซึ่งนอกจากอาการเหงื่อออกมากจะลดลงแล้ว ส่งผลช่วยลดภาวะกลิ่นตัวด้วย

ผลข้างเคียงจากการฉีด Botox มีน้อยมาก อาจมีอาการบวม แดง รอยช้ำ ซึ่งเป็นอยู่ไม่นาน ประมาณ 3-7 วัน ก็หายไป หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อดีของการกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ด้วย Botox

  • สามารถลดเหงื่อรักแร้ได้ประมาณ 35-80%
  • กลิ่นตัวลดลง
  • ช่วยให้รูขุมขนบริเวณรักแร้เล็กลง  ผิวเรียบเนียนขึ้น

Botox กำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ได้นานแค่ไหน

เริ่มเห็นผลหลังการฉีดประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การทำ Botox รักแร้ ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวได้ถาวร เนื่องจากไม่ได้มีการไปทำลายต่อมเหงื่อ หรือต่อมกลิ่นแต่อย่างใด ดังนั้น การทำ Botox สามารถช่วยได้ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะสลายไปเองตามเวลา ดังนั้น จึงต้องมีการไปฉีดซ้ำอยู่เรื่อย ๆ

ใครที่ไม่เหมาะกับการฉีด Botox กำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้

  • ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin
  • หญิงมีครรภ์อยู่ระหว่างให้นมบุตร

มีวิธีกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้แบบถาวรไหม ?

มีแน่นอน ที่ยศการ คลินิก  มีวิธีกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ให้หมดไปอย่างถาวรได้ ด้วยการเอาต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่นออก โดยขูดเอาต่อมเหล่านี้ออกไป ผ่านช่องเล็กทางผิวหนังขนาดเพียง 0.5 ซ.ม. แล้วใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ ขูดทั้งต่อมเหงื่อและกลิ่นออก วิธีการนี้สามารถกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ได้ถาวรเกิน 90%

อยากกำจัดเหงื่อและกลิ่นรักแร้ ทำไมต้องเลือก ยศการ คลินิก

ยศการ คลินิก ให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล คัดสรรเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด เน้นการบริการที่คำนึงถึงความสะอาด ปลอดภัยสำหรับลูกค้า พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมากประสบการณ์ที่จะคอยให้คำปรึกษา พร้อมประเมินการรักษาเกี่ยวกับวิธีการลดเหงื่อที่เหมาะสมกับคุณ ดังนั้น คุณจึงมั่นได้ใจว่าปัญหาเหงื่อรักแร้ที่เคยกวนใจจะสามารถขจัดได้ด้วยวิธีการที่ดีที่สุด และปลอดภัยสำหรับคุณ

ะเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด เน้นการบริการที่คำนึงถึงความสะอาด ปลอดภัยสำหรับลูกค้า พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมากประสบการณ์ที่จะคอยให้คำปรึกษา พร้อมประเมินการรักษาเกี่ยวกับวิธีการลดเหงื่อที่เหมาะสมกับคุณ ดังนั้น คุณจึงมั่นได้ใจว่าปัญหาเหงื่อรักแร้ที่เคยกวนใจจะสามารถขจัดได้ด้วยวิธีการที่ดีที่สุด และปลอดภัยสำหรับคุณ

รักแร้สะอาดดีอย่างไร

  • มีความมั่นใจในการเข้าสังคม เนื่องจากเมื่อรักแร้ไม่เปียกจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดคราบที่แขนเสื้อ สามารถโชว์วงแขนได้อย่างมั่นใจ
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อแบคทีเรียสะสมสาเหตุของกลิ่นเต่า
  • วงแขนเนียนเรียบ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้สาวๆ ที่ชอบใส่เสื้อแขนกุด

วิธีป้องกันกลิ่นเต่า และเหงื่อออกรักแร้เยอะ

  • สวมเสื้อผ้าที่มีความโปร่งสบาย ทั้งเนื้อผ้าที่มีการระบายอากาศได้ดี และการออกแบบที่ไม่คับแน่นจนเกินไป โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกิน หรือคนอ้วน ที่อาจมีปัญหากับแขนเสื้อรั้งรักแร้ อาจยิ่งทำให้รักแร้อับชื้นผลิตเหงื่อออกมามากขึ้น
  • อาบน้ำและฟอกสบู่ให้สะอาดเป็นประจำทุกวัน แล้วเช็ดตัวให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณรักแร้ เพื่อช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย รวมถึงหมั่นสครับผิวระหว่างอาบน้ำ เพื่อเป็นการขจัดขี้ไคล เซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมไปถึงกำจัดแบคทีเรียบางส่วนออกไปจากผิว โดยอาจขัดตัว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่ผสมสารลดเหงื่อจำพวกอะลูมิเนียมคลอไรด์ทั้งในระหว่างวันและก่อนนอน เพื่อช่วยปิดต่อมเหงื่อบริเวณรักแร้ชั่วคราว
  • การโกนขนนี้แหละช่วยได้ ขนรักแร้ของผู้หญิงหรือผู้ชายจะมีขนขึ้นยาวทั้งตัว ตั้งแต่แผงอกไล่ลงมารกทึบยันขนหน้าแข้งเพราะนี่ก็เป็นบ่อเกิดของการสะสมเชื้อแบคทีเรียจนเกิดกลิ่นได้ ดังนั้น การทำให้ขนบางลงจะช่วยกำจัดกลิ่นรักแร้ลงไปได้
  • ทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดแทนนิกในบริเวณที่เหงื่อออกมากเพื่อช่วยลดเหงื่อ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มร้อนอย่างชาและกาแฟ รวมทั้งแอลกอฮอล์และอาหารรสเผ็ด เพราะอาหารเหล่านี้มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งเหงื่อ
  • เล่นโยคะหรือฝึกสมาธิให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย รวมถึงช่วยลดความเครียดซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้หลั่งเหงื่อ
  • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยจำกัดปริมาณอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ไขมัน อาหารรสหวานและเค็ม และเพิ่มอาหารที่มีกากใยสูงอย่างผักและผลไม้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายตามสมควรอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น สะตอ ชะอม กระเทียม เครื่องเทศกลิ่นฉุน เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ รวมทั้งช็อกโกเล็ต ลูกเกด ถั่วต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม หากรับประทานมากเกินไปก็เป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นตัวแรงๆ ได้
  • หลีกเลี่ยงความเครียด หรือหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด และตื่นเต้น เนื่องจากความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เหงื่อออกมาก และเกิดกลิ่นตัวนั่นเอง