Ulthera ยกกระชับหน้าไม่ผ่าตัด

                ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยบนใบหน้า บ่งบอกถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 3 ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้หญิงต้องเผชิญบนใบหน้า ได้แก่ ริ้วรอยรอบดวงตา ใต้คอมีเหนียง รูขุมขนกว้างเนื่องจากผิวหน้าไม่ตึงกระชับ หรือลำคอเริ่มเหี่ยวย่น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคบั่นทอนความงาม และความมั่นใจของผู้หญิง  ซึ่งในอดีตเราอาจแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าด้วยวิธีการผ่าตัด จนหลายคนเกิดอาการลังเลเพราะกลัวเจ็บตัว แต่ด้วยวิทยาการด้านความงามในปัจจุบัน สามารถยกกระชับหน้าได้แบบไม่ต้องผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี Ulthera นวัตกรรมยกกระชับหน้าไม่ผ่าตัดซึ่งจะช่วยยกกระชับใบหน้าที่ย่อนคล้อย ให้เต่งตึง เนียนเรียบ เหมือนย้อนสู่วัยสาวได้อีกครั้ง

นวัตกรรม Ulthera ช่วยยกกระชับหน้าให้เต่งตึงได้อย่างไร

            Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่คลื่นเสียงความถี่สูง ที่มีความเฉพาะเจาะจง มาใช้ในการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย โดยการส่งผ่านพลังงานขนาดเล็กไปยังเนื้อเยื่อชั้นกล้ามเนื้อชั้น SMAS กระตุ้นให้มีการหดตัวคล้ายกับการเย็บเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการผ่าตัดดึงใบหน้าโดยศัลยแพทย์ และเกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในระดับ SMAS ร่วมกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เมื่อ SMAS ดีขึ้น ก็จะรั้งใยคอลลาเจนในแนวตั้งและแนวนอนที่ยึดกับผิวชั้นบนให้ดีขึ้น และผิวจึงค่อยๆ ถูกรั้งให้ตึง ยกกระชับ และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติจากภายใน

            โดยระหว่างที่ส่งคลื่นเสียงที่มีพลังงานความร้อนและความแม่นยำสูงลงสู่ผิวหนังชั้นลึก แพทย์สามารถมองเห็นภาพผิวหนังทุกชั้นของผู้เข้ารับการรักษาผ่านหน้าจอของเครื่อง ทำให้แพทย์สามารถทำการรักษาไปพร้อมกับการปรับคลื่นเสียงที่พอเหมาะกับสภาพผิวหนังของผู้มารับการรักษาแต่ละรายได้ ทำให้เกิดความแม่นยำ ไม่ก่อผลกระทบกับผิวบริเวณข้างเคียง จึงมีความปลอดภัยสูง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

Ulthera เหมาะกับใครบ้าง มีความปลอดภัยแค่ไหน

  1. ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่ตึงกระชับ
  2. ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้มีความเรียวและชัดเจน
  3. ผู้ที่มีแนวคิ้วและหางตาตก ดูแก่กว่าวัย
  4. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว ปรับผิวให้ดูอ่อนเยาว์ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  5. ผู้ที่ต้องการให้ผิว เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และผิวสัมผัสดีขึ้น
  6. ผู้ที่ต้องการลดเหนียง คางสองชั้น หรือแก้ปัญหาคอที่เหี่ยวย่น

Ulthera ปลอดภัยแค่ไหน

            นวัตกรรมนี้ เป็นการยกกระชับที่ไม่รุกรานผิว ในแง่ความปลอดภัยมันเป็น Focused Ultrasound ซึ่งเป็นการส่งพลังงานแบบจำเพาะเจาะจงและลงลึกสู่ชั้นผิวที่ลึกที่สุด คือ ชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (Smas) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า

            จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ Ulthera เป็นเครื่องมือที่มีความจำเพาะสำหรับแต่ละบุคคล คือ โปรแกรม SEE and TREAT  ที่ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นภาพชั้นผิวหนังที่กำลังได้รับการรักษาผ่านหน้าจอเครื่องได้ตลอดเวลา (Real Time Visualization System) แพทย์จึงสามารถปรับระดับพลังงานได้เหมาะสม และมีความจำเพาะในการรักษาได้มากขึ้น  จึงส่งผลให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูง รวมถึงให้ผลการรักษาที่ดีกว่า ที่สำคัญเครื่อง Ulthera ยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาที่ให้การยอมรับผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าว่ามีประสิทธิภาพ

Ulthera สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง

  1. ยกแก้มห้อย
  2. ยกร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  3. ดึงหน้าและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ช่วยให้ดูหน้าเด็กลง
  4. ยกคิ้ว แก้ปัญหาหนังตาตก ทำให้ตาเปิดกว้าง ลดอายุ ผิวรอบตาตึงกระชับขึ้นแบบธรรมชาติ
  5. ดึงกระชับขอบตาล่างที่หย่อนยาน ช่วยลดถุงใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัด
  6. ปรับรูปหน้าให้ใบหน้าเรียว V shape
  7. ลดริ้วรอยบนใบหน้า
  8. ลดเหนียง คาง 2 ชั้น และยกกระชับผิวบริเวณลำคอเพื่อแก้ปัญหาคอเหี่ยวย่น

ผลลัพธ์จากการทำ Ulthera

  • หางคิ้ว หางตา และหนังตายกกระชับขึ้น
  • กรอบหน้าดูเด่นชัดขึ้น
  • ปรับรูปหน้าเรียววีเชฟขึ้น
  • ผิวตึงยกกระชับขึ้น
  • รูขุมขนเล็กลง
  • ช่วยลดริ้วรอยร่องแก้ม ใบหน้าและลำคอ
  • ลดเหนียงใต้คาง
  • ใต้ตาที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้น

ทำ Ulthera นานแค่ไหนจึงจะเห็นผล

            เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในทันทีหลังการรักษา แนวคิ้วและหางตายกขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ผลลัพธ์ที่ดีจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคอลลาเจนใหม่จะมีการสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องภายใน 3 เดือน โครงสร้างผิวจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ (Collagen Remodeling) และอยู่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 1-2 ปี

            จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 คนที่ได้รับการรักษา จะสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาที่ชัดเจนว่า แนวคิ้วยกขึ้น ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น, ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังสัมผัสได้ถึงผิวที่ตึงกระชับ, ใบหน้ายกได้รูป,  รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอ โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรม

ควรทำ Ulthera บ่อยแค่ไหน

            โดยเห็นผลลัพธ์ทันทีตั้งแต่หลังการรักษา และจะเห็นผลชัดเจนภายใน 3 เดือน อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1- 2 ปี ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละบุคคลนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลรักษาหลังการทำ Ulthera อีกด้วย

ยศการ คลินิก คัดสรรเทคโนโลยีด้านความงามอันทันสมัย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

          ยศการ คลินิก เป็นที่รู้จักและอยู่ในระดับแถวหน้าของแวดวงความงามเมืองไทย ด้วยการบริการที่มีหลากหลาย ทั้งด้านศัลยกรรม ผิวพรรณ สัดส่วน เลเซอร์ และเวชศาสตร์ชะลอวัย ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 30 ปี

            ยศการ คลินิก ยึดถือมาตรฐานการดูแลรักษา และการบริการ เทียบเท่าระดับสากล นำโดย ศ.นพ.สมยศ คุณจักร นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย และทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ พร้อมด้วยอุปกรณ์ เครื่องมือที่ทันสมัย โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนา อย่างต่อเนื่อง เพื่อบริการที่ดี เน้นการดูแลรักษาที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด ซึ่งจะสอดคล้องกับผลการให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย ที่สำคัญดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูง

            ปัจจุบัน ยศการ คลินิก มี 3 สาขา ในใจกลางกรุงเทพ ฯ และบริเวณปริมณฑลได้แก่ สาขาราชดำริ, ชั้น 3 เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และ ชั้น 2 เดอะมอลล์ บางแค ซึ่งทุกสาขามีเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่พร้อมในการให้บริการ รวมทั้งเครื่องเลเซอร์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

คำแนะนำหลังจากทำ Ulthera

  1. หลังการทำ Ulthera เราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น แต่งหน้าหรือทาครีมกันแดด โดยไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดนานๆ และหลังจาก 1 สัปดาห์ ก็สามารถทำเลเซอร์ตัวอื่นๆ หรือทำทรีทเม้นท์ต่อได้เลย
  2. หลังทำอาจมีรอยบวมแดงอมชมพูที่ผิวเล็กน้อย หรืออาจรู้สึกอุ่นๆ ที่ผิวเล็กน้อย และหายเป็นปกติภายใน 48-72 ชั่วโมง ในระยะนี้จึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวแรงๆ
  3. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น กรณีนัดติดตามผลหลังการทำ
  4. หลังทำในคืนแรกควรทำความสะอาดหน้าด้วยน้ำเปล่า
  5. หากมีอาการบวมแดงก็ให้ใช้วิธีประคบเย็น และควรนอนหมอนสูงจะช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง

ใครที่เหมาะและไม่เหมาะกับการยกกระชับหน้าด้วยนวัตกรรมนี้

            คนที่มีการฝังเครื่องกลบนผิว คนที่มีการฉีดสารเติมเต็มเพื่อลดริ้วรอย หรือคนที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบฝังในใบหน้า และลำคอ เป็นต้น