ศัลยกรรมลดกราม ลดเหลี่ยมที่กว้างใหญ่ให้ใบหน้ากลมเรียวเข้ารูป

คุณเคยสังเกตดาราหรือนักร้องบางคนมั้ยว่าตอนแรกที่เข้าวงการไม่เห็นสวยเท่าไหร่ บางคนหน้าใหญ่ บาน หรือ หน้าเป็นเหลี่ยมเชียว แต่ตอนนี้ทำไมหน้าเรียวสวยจัง

คุณไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ วิทยาการทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งก้าวไกลไปมากแล้ว  จุดที่เป็นปมด้อย  จุดที่ทำให้ไม่สวย แพทย์สามารถที่จะแก้ไขให้หายไป  เปลี่ยนรูปหน้าให้ดูสวยดูดี  และสวยปลอดภัย  เราเรียกว่า สวยด้วยแพทย์

และสวยด้วยแพทย์ในตอนนี้  หมอจะแนะนำการแก้ปัญหาเรื่องใบหน้ากว้าง บานใหญ่ เป็นรูปเหลี่ยม  ซึ่งมักจะเป็นปัญหาของคนเอเชีย เช่น ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ  ซึ่งมีลักษณะใบหน้าที่ดูบึกบึน แข็ง ไม่อ่อนโยน เป็นลักษณะที่ไม่ค่อยมีเสน่ห์ และไม่สวยโดยเฉพาะหากเป็นผู้หญิง

ปัญหาโครงกระดูกที่โหนกแก้มสูง, มุมขากรรไกรยื่นออกด้านข้างและคางสั้น ซึ่งทั้งหมดนี้แพทย์สามารถตกแต่งรูปทรงใหม่ เปลี่ยนแปลงใบหน้าที่ดูกว้าง สั้น แบน ให้ดูแคบ เรียว และยาวขึ้นได้ โดยการผ่าตัดลดโหนกแก้ม  ตัดแต่งมุมกราม  ยืดกระดูกคาง เป็นต้น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการจะทำการผ่าตัดส่วนใดบ้าง ก็ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ตามความเหมาะสมของโครงหน้าแต่ละบุคคล

การตัดกราม  ให้เล็กลงก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปทรงใหม่ได้  โดยจะทำให้หน้าดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้น  การตัดกรามให้เล็กลงสามารถทำได้ทั้งจากภายนอกช่องปากและภายในช่องปาก การตัดแต่งมุมกรามนี้ก็ไม่ใช่การเลื่อนกราม และไม่ต้องมีการจัดฟันร่วมด้วย  โดยการตัดแต่งมุมกรามนี้  ถือว่าเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างง่ายไม่ซับซ้อน  ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนัก และได้ผลดี ถ้าอยู่ในมือของแพทย์ผู้มีประสบการณ์

โครงสร้างของใบหน้าส่วนล่างที่ทำให้ดูหน้ากว้างประกอบด้วยส่วนหลักๆ 2 ส่วน คือ ส่วนมุมของกระดูกขากรรไกรล่างยื่นออก และกล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารที่เกาะบนส่วนมุมนั้นหนาตัวกว่าปกติ (สังเกตได้จากเวลาเรากัดฟันแล้วมัดกล้ามเนื้อข้างแก้มนูนขึ้น)  ส่วนอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อความกว้างแต่ไม่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดนี้ ได้แก่  ไขมันแก้ม ต่อมน้ำลายบนแก้มโต เช่นที่พบในผู้ที่กินเหล้าจัด เป็นต้น

ส่วนใหญ่แพทย์จะตัดแต่งเฉพาะส่วนที่เป็นกระดูกยื่นเท่านั้น โดยไม่ได้ตัดส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ  แต่ก็มีรายงานว่าเมื่อตัดแต่งกระดูกที่ยื่นออกไปแล้ว จะทำให้กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่หดตัวเล็กลงได้เองบ้าง อย่างไรก็ตามหากกล้ามเนื้อใหญ่มาก มักต้องตัดออกบ้างส่วนด้วย มิฉะนั้นจะเห็นผลไม่ดีเท่าที่ควร

ดังนั้นก่อนการผ่าตัด  แพทย์จะต้องตรวจดูกระดูกขากรรไกรก่อนว่ามีความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ความหนาของกระดูก ความสูงของขากรรไกร ความสมดุลของกระดูกกรามข้างซ้ายและขวาซึ่งอาจมีผลให้ไม่สามารถทำให้เท่ากันได้  เพราะโครงสร้างที่แตกต่างกันของรูปทรงของข้อต่อขากรรไกร ฯลฯ  รวมทั้งแพทย์ต้องตรวจภาพเอกซเรย์ด้วย จึงจะพอประเมินได้ว่า เมื่อตัดแต่งแล้วจะได้รูปทรงอย่างไร และจะลดมุมเหลี่ยมของกระดูกกรามได้มากน้อยเพียงใด  ดังนั้นคุณควรสอบถามและทำความเข้าใจกับแพทย์ให้ดี รวมทั้งแจ้งประวัติ ว่าคุณมีโรคประจำตัวอะไรอยู่หรือเปล่า  แพ้ยาอะไรบ้าง ฯลฯ ให้แพทย์ทราบโดยละเอียดด้วย

หลังจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์จะใช้ยาสลบเพื่อไม่ให้คุณรู้สึกตัวหรือรู้สึกเจ็บในระหว่างการผ่าตัด  แล้วแพทย์ก็จะลงมือผ่าตัดโดยวิธีที่แพทย์เลือกไว้ ซึ่งวิธีการตัดกรามมี 2 วิธี  คือ ผ่าตัดภายนอกปาก ผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง และ ผ่าตัดภายในปาก  โดยซ่อนแผลไว้บริเวณเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้ายในปาก

การผ่าตัดภายนอก  เป็นการเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามทั้ง 2 ข้าง เข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกร  แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ที่เป็นเลื่อยเล็กๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ  วิธีนี้จะง่ายกว่าการผ่าตัดในช่องปาก  อาการบวมน้อยกว่า  หลังผ่าตัดแทบจะไม่ต้องดูแลอะไรเลย ปัจจุบันวิธีนี้ยังมีการทำอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ถึงแม้จะระมัดระวังอย่างที่สุดก็ยังมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว  และที่สำคัญคือ จะมีรอยแผลผ่าตัดยาวประมาณ 2-3 ซม. ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งบางรายแผลเป็นก็สังเกตได้


รูปที่ 1 แนวแผลผ่าตัดในปาก

รูปที่ 2 แนวการตัดกระดูกกรามที่เป็นมุมแหลมออก

การผ่าตัดในช่องปาก  ต้องใช้ความชำนาญมากกว่าวิธีแรกและต้องมีเครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อยกระดูกที่ต้องการตกแต่งได้ในซอกแคบๆ แต่ในมือของแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากและเป็นวิธีที่ง่าย  ปลอดภัย และไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก  การผ่าตัดภายในช่องปากจะผ่าตัดโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังบริเวณฟันกรามไปที่มุมกระดูกขากรรไกร และตัดแต่งตามต้องการ วิธีนี้สามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร  เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็น  จึงทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้น

แต่วิธีนี้จะมีอาการบวมมากกว่าวิธีแรก  โดยจะบวมมากประมาณ 5-10 วัน  ควรงดอาหารในวันแรกหลังผ่าตัด  เพื่อป้องกันเศษอาหารรบกวนแผล  หลังจากนั้นก็เริ่มรับประทานนม น้ำผลไม้ และอาหารอ่อน จนถึงอาหารปกติในที่สุด

ในระยะแรกที่มีอาการบวมจะทำให้อ้าปากไม่ได้มาก  เนื่องจากมีความตึงของเนื้อเยื่อรอบๆ แต่เมื่ออาการบวมค่อยๆ ยุบลงก็จะอ้าปากได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมากแพทย์จะแนะนำให้ท่านพยายามอ้าปากบ่อยๆ เพื่อเป็นการขยับข้อต่อขากรรไกร  ป้องกันไม่ให้ข้อต่อเกิดอาการฝืดได้  การปวดแผลก็มีบ้างใน 3-4 วันแรก  อาจมีอาการหูอื้อได้นิดหน่อยเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างผ่าตัด  แต่ทุกอย่างจะเริ่มยุบบวมและเข้าที่เมื่อผ่านไป 2-3 สัปดาห์  และจะได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการประมาณ 4-6 สัปดาห์ ไม่นานเกินรอใช่มั้ย

การผ่าตัดกรามมีผลข้างเคียงนอกจากที่กล่าวไปแล้วน้อยมาก เช่น การติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด  หรืออาการบวมมากผิดปกติ ซึ่งก็มีวิธีการรักษาเฉพาะกรณีไป

จากภาพสังเกตที่กรามจะเห็นว่า  ก่อนตัดกราม ใบหน้าจะดูกว้างและเป็นเหลี่ยม  และเมื่อตัดกรามแล้ว  ใบหน้าจะดูกลมเรียวได้รูปสวยขึ้น


ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการตัดกราม

การผ่าตัดตกแต่งมุมกราม สามารถเปลี่ยนโครงหน้าของคุณให้เรียวลงได้  คุณอาจทำเพียงอย่างเดียวหรือทำรวมกับการเสริมคางหรือร่วมกับการลดโหนกแก้มก็ได้  ซึ่งการผ่าตัดเหล่านี้ไม่ได้มีความซับซ้อนหรือยุ่งยากอะไร แต่คุณต้องเลือกโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือที่ครบครัน  ทันสมัย สะอาด  และมีศัลยแพทย์ตกแต่งผู้มีประสบการณ์  คุณจะได้รับผลเป็นที่น่าพอใจที่สุดครับ