ศัลยกรรมลดโหนกแก้ม

โหนกแก้มใหญ่และสูงมากไปเนื่องจากกระดูกใหญ่ อาจบั่นทอนความรู้สึกของคนที่มีโครงสร้างใบหน้าลักษณะนี้ เนื่องจาก ทำให้หน้าบาน เป็นเหลี่ยม ไม่เรียวเล็ก และไม่สามารถลดเองได้ตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่มีมาแต่กำเนิด จะพบมากในคนที่มีเชื้อชาติแถบเอเชียซะเป็นส่วนใหญ่ แต่เพราะความก้าวหน้าทางการแพทย์ โหนกแก้มสูง โหนกใหญ่ จึงไม่ใช่ปัญหาที่ไร้ทางออกอีกต่อไป เพราะปัจจุบันการลดโหนกแก้ม ด้วยวิธีการศัลยกรรมลดโหนกแก้ม สามารถแก้ไขลดขนาดของโหนกแก้มให้เล็กลง ทำให้โครงสร้างใบหน้าสมส่วนขึ้น  ช่วยเพิ่มความอ่อนหวาน เรียวสวยให้กับใบหน้ายิ่งขึ้น

หน้าเล็กเรียวสวย ข้อดีของการทำศัลยกรรมลดโหนกแก้ม

  • ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง รู้สึกมีความสุขเนื่องจากใบหน้าเรียวเล็กสวยยิ่งขึ้น
  • ในคนที่มีความเชื่อเรื่องโหวงเฮ้ง ย่อมมีผลต่อความรู้สึกทางใจ หลังการทำศัลยกรรมลดโหนกแก้ม
  • ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง แลดูอ่อนกว่าวัย

ใครเหมาะสำหรับทำศัลยกรรมลดโหนกแก้ม

  • คนที่มีกระดูกโหนกแก้มทั้งด้านหน้าและด้านข้างใหญ่มากทำให้โครงหน้าดูบานกว้าง
  • คนที่มีกระดูกโหนกแก้มด้านซ้ายและขวาไม่เท่ากัน
  • คนที่มีกระดูกโหนกแก้มยื่นออกมามาก ทำให้รูปหน้าดูแข็งกระด้าง
  • คนที่มีกระดูกโหนกแก้มสูง ทำให้ใบหน้าดูมีเหลี่ยม
  • คนที่ปราถนาใบหน้าเรียวเล็ก และไม่สามารถลดเองได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมลดโหนกแก้ม

  1. คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่มีผลต่อการดมยาสลบ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ
  2. แจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลโรคประจำตัว ยาโรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด ประวัติการแพ้ยา ประวัติการแพ้อาหาร หรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  3. งดแอสไพริน (Aspirin) และยาในกลุ่ม NSAID (non-steroidal anti-inflammatory drug) 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากการรับประทานยาเหล่านี้ส่งผลให้เลือดไม่แข็งตัว เลือดออกหยุดยากและบวมเขียวช้ำกว่าปกติ
  4. งดการสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
  5. สำหรับผู้หญิงงดแต่งหน้าในวันที่มาผ่าตัด
  6. ควรถอดเครื่องประดับบนร่างกายออกให้หมด หรือถ้าหากไม่สามารถถอดออกได้ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  7. เตรียมเสื้อเชิ้ตติดกระดุมเพื่อใส่ในวันกลับบ้าน

ทำศัลยกรรมลดโหนกแก้มเปลี่ยนหน้ากางเป็นหน้าเรียวที่ YOSKARN CLINIC (ยศการ คลินิก)

ก่อนผ่าตัดแพทย์จะตรวจดูโครงกระดูกโหนกแก้ม เช่น ความหนาของกระดูก ความสูงและความกว้างของกระดูกโหนกแก้ม ความสมดุลของกระดูกโหนกแก้มซ้ายและขวา แพทย์ต้องตรวจภาพเอ็กซเรย์ด้วย เพื่อประเมินว่าเมื่อตัดแต่งแล้วจะได้รูปทรงอย่างไร และจะลดมุมเหลี่ยม ความสูง ของกระดูกโหนกแก้มได้มากน้อยเพียงใด  ดังนั้น คนไข้ควรสอบถามและทำความเข้าใจกับแพทย์ให้ดี

วิธีผ่าตัดทำศัลยกรรมลดโหนกแก้ม

  • วิสัญญีแพทย์จะใช้ยาสลบเพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกตัวหรือรู้สึกเจ็บในระหว่างการผ่าตัด
  • แพทย์จะลงมือผ่าตัดโดยวิธีที่แพทย์เลือกไว้ ซึ่งวิธีการศัลยกรรมลดโหนกแก้มมีดังนี้
    – การตัดกระดูกและบีบเข้าแกนกลางใบหน้า ด้วยวิธีผ่าตัดภายในช่องปาก โดยส่วนใหญ่ใบหน้าของคนเอเชียจะกางออกตั้งแต่จากบริเวณกระดูกข้อต่อขากรรไกรยาวมาถึงบริเวณโหนกแก้ม แพทย์จะตัดกระดูกบริเวณโหนกแก้มโดยใช้เครื่องมือแพทย์ที่เป็นเลื่อยเล็กๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ  แล้วใช้เครื่องมือบีบกระดูกเข้าหาแกนกลางของใบหน้าเพื่อลดขนาดให้ใบหน้าเล็กลง
    – กรอกระดูกโหนกแก้ม หรือเหลาโหนกแก้ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มนูนขึ้นมาด้านหน้าไม่สูงมากนัก แพทย์จะใช้วิธีกรอกระดูกให้เตี้ยลง โดยซ่อนแผลผ่าตัดไว้บริเวณจอนหน้าหู  

แต่หากคนไข้มีปัญหากระดูกโหนกแก้มมีความหนา แพทย์จะพิจารณารักษาร่วมกันทั้ง 2 วิธี คือ กรอกระดูกและตัดกระดูกบีบเข้า เพื่อความสวยงาม

ผลลัพธ์หลังการศัลยกรรมลดโหนกแก้ม

ในระยะแรกที่มีอาการบวมจะทำให้อ้าปากไม่ได้มาก  เนื่องจากมีความตึงของเนื้อเยื่อรอบๆ แต่เมื่ออาการบวมค่อยๆ การปวดแผลก็มีบ้างใน 3-4 วันแรก 

การผ่าตัดศัลยกรรมลดโหนกแก้ม สามารถเปลี่ยนโครงหน้าของคุณให้เรียวลงได้  คุณอาจทำเพียงอย่างเดียวหรือทำรวมกับการเสริมคางหรือร่วมกับการลดกรามก็ได้

การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมลดโหนกแก้ม

  1. ประคบเย็นในช่วงเวลา 3-4 วันแรกหลังการผ่าตัด เพื่อช่วยให้อาการบวมช้ำน้อยลง และช่วยให้เลือดจากการผ่าตัดภายในปากหยุดไหลเร็วขึ้น ในวันที่ 5 หลังการผ่าตัดให้ประคบอุ่น เพื่อช่วยลดอาการบวม       
  2. หลังทำควรใส่ที่รัดหน้าทุกวันเป็นประจำ อย่างน้อย 7 วัน (หากไม่สะดวกให้ใส่เฉพาะก่อนนอน) เพื่อช่วยพยุง และ ป้องกันแผลผ่าตัด ระวังอย่านอนทับบริเวณที่ผ่าตัด
  3. ช่วง 3-4 วันแรกหลังการผ่าตัด ให้นอนหัวสูงกว่าหัวใจประมาณ 30 องศาเพื่อช่วยให้อาการบวมของใบหน้าลดลง
  4. ทำความสะอาดบาดแผลอย่างสม่ำเสมอ โดยศัลยแพทย์จะตัดไหมประมาณ 5 – 7 วันหลังผ่าตัด
  5. รักษาความสะอาดในช่องปากด้วยการบ้วนปากทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกาติดเชื้อในช่องปาก
  6. ทานอาหารอ่อนๆ เคี้ยวง่าย เนื่องจากอาจจะยังมีอาการชาของริมฝีปากอยู่ เช่น โจ๊ก เต้าหู้ ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น เป็นต้น
  7. หลังทำในช่วง 3 วันแรก เมื่อทานอาหารเสร็จ ควรทำความสะอาดโดยการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้ง
  8. รับประทานยาตรงตามเวลาที่แพทย์ระบุเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  9. อย่านอนทับบริเวณที่ทำการผ่าตัด ประมาณ 1 เดือน
  10. งดออกกำลังกายหลังในช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด